ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น  (อ่าน 28656 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: 10 กันยายน 2021, 09:01:25 AM »
ไม่อยากว่าพวกผิดเพศหลายคนก็เป็นคนดี

เพราะพวกถูกเพศก็มีเลวพอๆ​ กันเยอะ

สังคม​ไทยเราเสื่อมลงจริงๆ​ นับถือ​เดียรฉานกันมากมายจริงๆ​ พวกเห็นกงจักร​เป็นดอกบัว... พวกบัวใต้น้ำเยอะเหลือเกินยุคนี้​ ยุคประชาธิประไตย์​แบบฝรั่งเศส​ (ขอเน้นหน่อย)​ และไอ้กัน

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: 10 กันยายน 2021, 11:40:41 AM »
สรุปจากข่าว

รัฐบาลจีน กำลังทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ
ตั้งแต่บริษัทเทคโนโลยี โรงเรียนกวดวิชา ธุรกิจการแพทย์ อสังหาริมทรัพย์
ไปจนถึงกลุ่มนักแสดง และวัฒนธรรมจากต่างประเทศ

มาตรการ "ชิงหล่าง"
สำนักสารนิเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศมาตรการจัดการกับสิ่งที่เรียกว่า
“ปรากฏการณ์อันไม่เหมาะสมในอุตสาหกรรมความบันเทิงของจีน”
เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเติบโตที่ดีของทั้งอุตสาหกรรมและคนรุ่นใหม่
เพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการที่ครอบคลุมและเฉพาะเจาะจง   
    เช่นการจ่ายเงินสนับสนุนคนดังมากเกินไป
    การหลีกเลี่ยงภาษี
    การโหมกระพือข้อมูลและภาษาหยาบคาย
    รวมไปถึงคนดังเพศชายที่มีลักษณะเหมือนผู้หญิง
    การเสพติดยอดเข้าชม “อย่างไม่สมเหตุสมผล”
    “พฤติกรรมสุดโต่งในการชื่นชมคนดัง”
รัฐบาลจีนถือว่าเป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมและสังคมขั้นพื้นฐานของจีน
สำนักสารสนเทศฯ บอกว่า คนดังที่ขาดคุณธรรมบางกลุ่มเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้คนหนุ่มสาว
มีพฤติกรรมไม่เคารพกฎหมายและประพฤติผิดทำนองคลองธรรม

ส่งผลให้เกิด “สภาพแวดล้อมเป็นพิษ” ในสังคม

มีคำสั่งให้แพลตฟอร์มความบันเทิงตรวจสอบเนื้อหาที่เผยแพร่อย่างรอบคอบ
และส่งเสริมธุรกิจในอุตสาหกรรมความบันเทิงรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
อย่าได้มุ่งหวังผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว


ทำอย่างนี้ คนไทยไม่ชอบ
เพราะคนไทย อยากก้าวหน้าตามหลังเพื่อน
อยากให้สิงค์โปร์ มาเลย์ เวียตนาม ลาว เขมร พม่า

เดินหน้าไปก่อน

เราต้องรออัฟริกาอีกทั้งทวีป เจริญกว่าเรา
เมื่อนั้น เราจึงขยับตัว

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: 09 มกราคม 2022, 04:23:47 PM »


อยากรู้ว่า ชาวเน็ตที่ว่า ขึ้นรถเมล์ ขึ้นแท็กซี่
หรือที่มีแน่ๆ คือเรือข้ามฟาก เรือด่วน....

แสดงความเคารพแม่ย่านางหรือเปล่า

 Oi

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: 09 พฤษภาคม 2022, 02:18:53 PM »
พระพยอม วอนสีกา อย่าเอาพระไปสืบพันธุ์หมด
เก็บไว้สืบทอดพุทธศาสนาหน่อย

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7030735


แทนที่จะปรามเจ้ากูว่า

อย่าหื่นกันนัก

ท่านดันโยนความผิดให้คนไม่ผิดซะงั้น

พุทโธ่...

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2022, 11:38:59 PM »
ส. พลายน้อย เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 สิริอายุรวม 93 ปี

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2022, 07:55:40 AM »
ลุงจุ่นเป็นคนพาผมไปพบอาจารย์สมบัติที่บ้านฝั่งธน ผมพาหนังสือสุนทภู่โดยสุนทรภู่ไปด้วย เพื่อมอบให้ท่าน
ท่านปรารภว่า เรื่องดวง"อาลักษณ์ขี้เมา"ของสุนทรภู่นั้น หามาหลายสิบปี ไม่เจอ ถามใครก็ไม่มีใครเคยพบ
อาจารย์สมบัติ ทำงานที่กรมศิลป์ ดูเหมือนภายหลังท่านเป็นบรรณาธิการนิตยสารศิลปากรด้วย
เรานั่งคุยกันที่ห้องชั้นล่าง บ้านหลังเล็กๆ ในซอยเล็กๆ
แต่เต็มไปด้วยหนังสือน่าจะเป็นพันๆ เล่ม วางกองไว้จนเดินแทบไม่ได้

สกว. เคยให้ทุนนักวิจัยกลุ่มหนึ่ง ทำ 100 หนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน ออกมาเมื่อพ.ศ. 2540-2541
ทีมวิจัย 10 คน ช่วยกันทำอยู่สองปีกว่าจะเสร็จ

ประกาศออกมา อาจารย์สมบัติมีแล้ว 97 เล่ม

เสียดายเงินวิจัยจริงๆ

มติชนนำบทสัมภาษณ์เก่ามาลงไว้ น่าอ่านทีเดียว
https://www.silpa-mag.com/history/article_89355

คุยกับ อาจารย์ ส. พลายน้อย
ชื่อของ “ส. พลายน้อย” ย่อมเป็นที่รู้จักดีของผู้อ่านหลายรุ่น หลายสมัย เพราะนี้คือนักเขียนท่านหนึ่งที่มีงานเขียนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ๖๐ กว่าปี ไม่ว่าจะบทความหรือหนังประเภทต่างๆ เช่น สารคดี นิทาน เรื่องสั้น ประวัติศาสตร์ ฯลฯ หากประวัติเรื่องราวของ ส. พลายน้อย กลับไม่เผยแพร่เท่ากับผลงาน

แม้แต่เรื่อง “เกิดในเรือ” ที่ ส. พลายน้อย ตั้งใจเขียนแบบอัตชีวประวัติ เรื่องราวของท่านยังคงมีเพียงเล็กน้อย และปะปนอยู่ในเรื่องราวของเรือ หรือวิถีชีวิตของคนริมน้ำ เมื่อ อาจารย์ ส. พลายน้อย ได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เราจึงขอไปคุยกับท่านที่บ้านพักแถววัดอนงคาราม ท่านยังยืนว่า “ผมไม่คิดว่าจะได้ เพราะท่านที่ได้รับรางวัลก่อนหน้า คุณเสนีย์ เสาวพงษ์ คุณเปลว สีเงิน และ คุณเขมานันทะ ล้วนมีผลงาน และมีชื่อเสียงทั้งนั้น”

ก่อนจะเล่าถึงเส้นทางนักเขียนของ ส. พลายน้อย ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง จากพื้นฐานการเป็นนักอ่านที่ดี ว่า “มันบุญวาสนาอะไรไม่รู้ สมัยที่เรียนชั้นประถม มีเรืออาศัยจอดที่ท่าหน้าบ้านอยู่ลำหนึ่ง…จอดอยู่เป็น ๑๐ ปี ลูกชายเจ้าของเรือ เขาชอบซื้อหนังสืออ่านอยู่เรื่อยๆ และให้ผมได้หยิบยืมอ่านอยู่เสมอ ผมยังนึกถึงบุญคุณเขาอยู่เสมอ…ตอนหลังเขาย้ายเรือไปที่อื่น ผมเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยแล้ว จึงไปอ่านหนังสือของห้องสมุดโรงเรียนแทนซึ่งมีหนังสือดีๆ อยู่มาก

หรือบางทีช่วงออกพรรษาคนถิ่นอื่นมาทำบุญที่วัดต่างจังหวัด เขาชอบแจกหนังสือ เป็นเรื่องรักบ้าง เป็นประวัติของวัด คำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีพระยาพหลฯ บ้าง จอมพล ป. บ้าง บางเล่มก็สนุก บางเล่มก็ไม่ไหว ก็อาศัยหนังสือพวกนี้อ่านไป…หลังเก็บเงินจากค่าขนมบ้าง ก็ซื้ออ่าน สมัยนั้นเขาก็อ่านหนังสือนิยายเล่มบางๆ ขนาด ๔๐-๕๐ หน้า มีหลายประเภท เช่น รักโศก แต่ผมไม่ชอบ ผมชอบประเภทบู๊ล้างผลาญ ชกต่อย ของ มิตร เรืองเดช อรวรรณ พอโตขึ้นหน่อยอยู่ชั้น ม.๔ เริ่มอ่าน ประชามิตร สุภาพบุรุษ เอกชน สวนอักษร ศิลปิน…”

ที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยนี้เอง อาจารย์ ส. พลายน้อย เล่าถึงการเขียนหนังสือที่ไม่ใช่การบ้านส่งครูว่า “ตอนนั้นนึกสนุก จึงออกหนังสือพิมพ์กันเอง ด้วยการเรี่ยไรเงินเพื่อนในห้องที่มีอยู่ ๔๐ คน คนละ ๑ สตางค์ เอามาซื้อกระดาษฟุลสแก๊ปมาโหลนึง นั่งเขียนกัน มีเพื่อน ๒-๓ คน ช่วยกัน แปลนิทานภาษาอังกฤษสั้นบ้าง เขียนหยอกล้อพรรคพวกเพื่อนฝูงบ้าง การออกหนังสือพิมพ์ก็แล้วแต่จะมีสตางค์เท่าไร ผลัดกันเวียนอ่านในห้อง ใช้ชื่อว่า สหมิตรคือรวมมิตร ตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็นยุวประพันธ์ และเปลี่ยนจากกระดาษฟุลสแก๊ปเป็นสมุดปกแข็ง ๑๐๐ แผ่น เมื่อต้นปีไปเจอกันเพื่อนๆ ยังพูดถึงกัน ผมก็อยากดูว่าเขียนอะไรบ้าง มันคงเปิ่นดี” (หัวเราะ)

และที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยอีกเช่นกัน ที่งานเขียนของ อาจารย์ ส. พลายน้อย ได้เริ่มตีพิมพ์สู่สาธารณะเมื่อ ครูชิน อยู่ดี สอนให้เขียนเรียงความแบบใหม่ โดยตั้งหัวข้อเรื่องมาแล้วให้นักเรียนค้นคว้ามาเขียน (เดิมการเรียงความครูจะอ่านเรื่องให้ฟัง ๒-๓ เที่ยว แล้วให้นักเรียนเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่)

“เผอิญเราอ่านหนังสือมาเยอะอยู่แล้ว เลยได้แนว แล้วอยากให้มันวิจิตรพิสดารว่าคนชาติอื่นๆ เขาเรียกดอกบัวว่าอย่างไร ภาษาเขมรถามจากพระเขมรที่วัดใกล้บ้าน ภาษามอญพอดีมีเรือมอญบรรทุกจากมาจากบ้านเสากระโดงจอดอยู่แถวบ้าน ก็ไปถาม…เมื่อเอาไปส่งครูถามว่าเขียนเองหรือ ผมเขียนเองแน่นอน (หัวเราะ) ท่านชมว่าดี

เมื่อครูบอกว่าดีผมจึงทดลองส่งไปหนังสือพิมพ์ดูบ้าง เลยคัดใหม่ส่งไปให้ อาจารย์เปลื้อง ณ นคร ลองอีกครั้งว่ามันจะใช้ได้ไหม อาจารย์เปลื้องสงสัยอีกว่าเขียนเองหรือเปล่า ส่งจดหมายมาถาม บอกเขียนเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครเขียนให้ ท่านบอกว่าดี แล้วส่งไปลงหนังสือพิมพ์นิกรหรืออะไรจำไม่ได้ ตั้งแต่นั้นมาก็คิดว่าเราพอจะเขียนหนังสือใช้ได้

ส่วนการเขียนเรื่องสั้นนั้นพอดีมีนักเรียนพณิชยการคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านผม เขาเคยเห็นหนังสือพิมพ์นักเรียนของผม เขาออกหนังสือพณิชยการ [นิตยสารรายเดือนของพณิชยการพระนคร] เขาบอกว่าให้เขียนให้เขาบ้างซิ แหม ทำยังกับว่าเราเป็นนักเขียนใหญ่ (หัวเราะ) ผมเองมีนิสัยไม่ค่อยจะขัดใจใครจึงรับปากเขาไปแล้วเขียนเรื่องศพผัวเมียนาย ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙

พอลงหนังสือพณิชยการไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า เขาลงให้เพราะฝีมือผม หรือว่าเกรงใจ ผมอยากทดสอบดู ผมเลยคัดเรื่องนั้นส่งไปให้ที่  ‘ไทยใหม่วันจันทร์’ ปรากฏเขาลงให้ทันที เราก็บอก เอ๊ะ ขนาดหนังสือที่พิมพ์ขายเป็นอาชีพเขารับลงก็แสดงว่าใช้ได้ซิ”

เมื่อถามอาจารย์ว่าตอนนั้นเป็นนักเขียนเต็มตัว ได้รับค่าเรื่องแล้วใช่หรือไม่ อาจารย์ ส. พลายน้อย ตอบว่า “โอ๊ย อีกตั้งหลายปี มาได้ค่าเรื่องๆ แรกที่ลงในหนังสือพิมพ์โบว์แดง [รายสัปดาห์] ฉบับวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ เรื่องที่เขียนคือ ‘คนไม่ใช้ถ่าน’ เป็นเรื่องสั้นเหมือนกัน ได้ค่าเรื่องๆ แรก ๒๐ บาท โอ้โห ดีใจ  ๒๐ บาท ได้มาก็เลี้ยงข้าวผัดพรรคพวกหมด เลี้ยงเพื่อนได้หลายคน…”

ส่วนที่มาของนามปากกา ส. พลายน้อย อาจารย์เล่าให้ฟังว่า “ยุคนั้นมันเป็นยุคตัวย่อ สมัยจอมพล ป. ชื่อย่อหมด ส. ย่อมาจากชื่อจริงว่า สมบัติ สมัยเขียนลงพณิชยการใช้แต่นามสกุล [พลายน้อย] เท่านั้น ส. พลายน้อย น่าจะเริ่มประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๐ กว่า ช่วงที่เริ่มเขียนลงโบว์แดง นอกจาก ส. พลายน้อย ยังมีชื่อ [นามปากกา] อื่น… ชื่อที่ใช้มากอีกชื่อหนึ่งก็คือ โสมทัต เทเวศร์ อันนี้ใช้แล้วโด่งดังพอสมควรเพราะไปเขียนเรื่องภาษาไทย คนไม่รู้จักเดากันต่างๆ นานา บางคนบอกว่าสงสัยจะเป็นเจ้า (หัวเราะ) คำว่าเทเวศร์มันชวนให้คิดว่าเป็นเจ้า แต่ไม่ใช่หรอกตอนนั้นผมเช่าบ้านอยู่เทเวศร์ ส่วนโสมทัตมาจากฉายาตอนบวชที่ว่าโสมทัตโต บอกเป็นฆราวาสก็ตัดโตออกไป”

ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และผลงานการเขียนที่หลากหลาย หนังสือที่ อาจารย์ ส. พลายน้อย อยากเขียนในวันที่อายุ ๗๙ คือหนังสือประเภทใด อาจารย์หัวเราะอย่างสบายใจก่อนจะตอบว่า “ตอนหลังๆ อยากเขียนอะไรที่ยังไม่ได้ทำ อยากทำสารานุกรมหรือพจนานุกรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและพุทธศาสนา สาเหตุที่อยากเขียน มันเกี่ยวกับความไม่รู้ของเรา ความโง่ของเรา คือเราอยากรู้อะไรแล้วค้นหาไม่ได้ทันใจ หรือเวลาผมอ่านหนังสือแล้วอะไรที่น่าสนใจจะโน้ตย่อไว้ในเศษกระดาษบ้าง สมุดบ้าง ไดอารี่บ้าง มันกระจัดกระจาย เวลาจดเราก็นึกจำได้ว่าจดไว้อย่างนี้นะ แต่เวลาจะเอาจริงๆ มันหาไม่เจอ ก็เลยเกิดความคิดว่า ทำของเราเองดีไหม เวลานึกอยากจะดูอะไร จะได้เปิดได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น เลยทำเหมือนกับทำสารานุกรมประวัติศาสตร์ ตอนนี้ก็ทำไว้ ๒ เล่ม

แต่ผมยังตั้งชื่อไม่ได้เลย จะใช้ชื่ออย่างไร อย่างหนังสือฝรั่งรูปร่างเป็น encyclopedia เขายังใช้ชื่อว่า dictionary ผมว่าถ้าเขาแปลว่าพจนานุกรมได้ ทำไมเราจะใช้ว่าพจนานุกรมบ้างไม่ได้…ผมไปซื้อ Dictionary History of India มาเล่มหนึ่ง ใช้คำว่า dictionary พูดถึงพระเจ้าอัคบาร์ ๓-๔ หน้าเลย เขายังใช้คำว่า dictionary ผมก็ว่าเอาอย่างนั้นแหละ แต่มันอาจจะผิดจากที่ราชบัณฑิตย์กำหนดเอาไว้ แต่ช่างมันเถอะผมจะขออนุญาตใช้” (หัวเราะ)

เมื่อถามว่าแล้วเราจะได้เห็นหนังสือเล่มนี้เมื่อไร อาจารย์ ส. พลายน้อย ตอบว่า “ยังไม่รู้เลย รวบรวมไปพอสมควร ก็พยายามจะรีบล่ะ อยากจะทำเป็นอนุสรณ์ก่อนตาย รู้สึกว่ามันจะใกล้เต็มทีแล้ว อายุวัยเรา ขัยมันจะบอก กาลเวลาที่เราจะต้องจากไป เวลาดูโทรทัศน์เย็นๆ เขาขึ้นเมรุ (ข่าวงานศพต่างๆ) เขามีประวัติอ่านนะ อย่างเก่ง ๙๖ ปี” (หัวเราะ)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กรกฎาคม 2565

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2022, 09:28:15 AM »
เดี๋ยว​มีเวลาต้องกลับมาอ่านและมาคุยครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2022, 05:17:31 PM »
ที่ต้องอ่าน​เพราะเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ (ขออนุญาต​แอบอ้าง)​ ทำให้รู้ถึงภาพการเรียน​การ​สอน​สมัยนั้น​เลยครับ ว่าคนชอบวิชา​ภาษาไทย​เขาเรียน​กัน​อย่างไร​ ซึ่งผมไม่เคยสนใจเลย ที่นี่​แหละที่ผมทำคะแนนภภาษาไทย​หกสิบได้แปดและอีกครั้งได้สี่ครึ่งละครับตอนอยู่ ม.ศ. 4 (ม. 7) มีแค่ ม. ศ  5 จบนะครับ

คงไม่ใช่นักอ่านหนังสือ​ที่ท่านเขียน เลยไม่​รู้จักท่านครับ แต่อยากลองอ่านหนังสือ​ที่ท่าน​เขียนนะครับ​❤️​ ขำตรงที่ว่าเป็นเจ้าเพราะใช้ศัพท์​แปลกๆ  พี่พีก็ใช้ศัพท์​แปลกๆ บางคำผมยังไม่เข้าใจเหมือนกัน​บอกตามตรง

สิ่งแวดล้อม​ตอน​เด็ก​คงต่างกัน บ้านผมมีแต่ชัยพฤกษ์ วิทยาศาสตร์​ ทั้งนั้น และจะมีเสรีภาพหรือ​มิตรภาพ​อะไรทำำนองนี้ นิยายไม่มีเลยในบ้าน อ้ออีกอย่างคือช่างบินเล่มเล็กเต็ม​ตู้หลายตู้เลย หนังสือพิมพ์​คุณ​พ่อรับแต่ภาษาอังกฤษ​เท่านั้น​ ผมได้แต่ดู​รูป​ภาพ 555 อ่านไม่ออก

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2022, 06:12:44 PM »
ลองซื้อมือสองมาอ่านก่อนครับ
แนะนำ "ชาวต่างชาติในประวัติศาสตร์ไทย"

ของใหม่ ราคา 240 บาท
เห็น 150 บาท ในช็อปปี้

 shke

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: 30 กันยายน 2022, 11:45:39 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=s42575QssIE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=s42575QssIE</a>
https://www.youtube.com/watch?v=s42575QssIE&ab_channel=AnimistRecords

สมบัติ สิมหล้า

ไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ


 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi
 Vahi Vahi Vahi Vahi Vahi

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2022, 08:36:42 AM »
ดูวินาทีที่ 13 ครับ

คนจริงไม่สนรางวัล ตาบอดแต่ใจไม่บอด
ลายแคนเพื่อชีวิต แบบย้อนยุคจึงบังเกิด
ข้าน้อยขอคารวะ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2022, 12:33:49 PM »
เปิดประเด็นด้วยวงจันทร์ ไพโรจน์
ปิดประเด็นด้วยสมบัติ สิมหล้า

ในเมื่อ ตำนานระดับนี้ ไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
ก็บอกต่อไปได้ว่า  343 รายนามแห่งรางวัลนี้
ตัดทิ้งได้เกิน 200 ชื่อ

นางปรียนันท์ สุนทรจามร มีชื่อเดิมว่า ดวงจันทร์ ไพโรจน์ เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงในอดีต ซึ่งได้บันทึกเสียงเอาไว้ทั้งสิ้น 1,117 เพลง ปัจจุบันได้ปิดฉากอาชีพนักร้องไปแล้วอย่างเป็นทางการ มีข้อมูลแย้งว่ายังได้เห็นออกงานร้องเพลงบ่อยๆ

เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในปี 2500 จากผลงานเพลงที่บันทึกเสียงเป็นเพลงที่ 4 คือเพลง "ช่างร้ายเหลือ" ผลงานการประพันธ์ของครูมงคลที่บันทึกเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2493 ขณะที่เธอมีอายุได้ 15 ปี งานชุดนี้เธอได้ค่าเหนื่อยมา 100 บาท

ในปี พ.ศ. 2500 เมื่อเพลงช่างร้ายเหลือเริ่มโด่งดังเป็นที่รู้จักกันไปทั่วจนทำให้ผู้ขับร้องได้รับฉายาจากแฟนเพลงว่านักร้องเสียงระทม ครูมงคล ก็จึงได้ตัดสินใจตั้ง "วงดนตรีจุฬารัตน์" อันโด่งดังขึ้นมา
https://th.wikipedia.org/wiki/วงจันทร์_ไพโรจน์
https://www.youtube.com/watch?v=LgRSfj25XWY&ab_channel=SupachokYangjit
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=LgRSfj25XWY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=LgRSfj25XWY</a>

ที่จริง รางวัลนี้ควรยุบตั้งแต่ให้รางวัลแก่กมล
ก่อนให้อาจารย์ชลูดแล้ว


 Bye

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2022, 11:40:43 PM »


ถ้าท่านอยู่ฝรั่งเศส
ท่านจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ

ที่นั่นถือว่า การทำอาหาร เป็นงานศิลปะ

ปี 2542 น้ำตาลมิตรผลให้ผมทำหนังสือที่ระลึก
เดิมจะฉลอง 40 ปี แต่ล่าช้าออกมาหลายปี
ผมเสนอให้พิมพฺ "สหวิทยาการของอ้อยและน้ำตาล"
ได้เชิญอาจารย์ศรีสมร เขียนเรื่องน้ำตาลในอาหารไทย ท่านก็เมตตาเขียนให้
มีคนอ้างไว้
https://www.facebook.com/679296892149559/photos/a.875710805841499/4524643880948155/
ร.5 พอพระราชหฤทัย “หมูหวาน” ตำรับคุณท้าววรจันทร์ (เจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ 4) โปรดเกล้าพระราชทาน ธูป เทียน บูชาฝีมือคนทำ

เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 5 นั้นมีอยู่มากมาย หลายเรื่องก็ฟังสนุกและเป็นเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ ดังเช่นที่ในหนังสือ สหวิทยาการของอ้อยและน้ำตาล ได้ถ่ายทอดข้อมูลที่นำมาจากหนังสือผู้หญิงระดับยอด ของ ลาวัณ โชตามะระ อีกทีหนึ่ง ถึงเรื่องของ “หมูหวาน”


เพิ่งมาเห็นข่าว ท่านเสียชีวิตเมื่อ วันที่ 1 ตค. 2565 นี้เอง

 krb

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2022, 08:43:28 PM »
อาลัยเพื่อนช่างศิลป์ รุ่นเดียวกัน

อาจารย์มณฑาทิพย์ พัดลม
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1139055733601921&set=a.1047603392747156
อาจารย์สุวิชาญ เถาทอง
https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=mdg&month=05-2019&date=13&group=2&gblog=11


ผมรอเวลาตัวเองอยู่

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเศร้าที่เกิดได้ในเมืองไทยเท่านั้น
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: 21 ธันวาคม 2022, 06:25:45 AM »
ตามไปอ่านดูแล้ว เสียใจด้วยกับวงการศิลปะ​ที่ต้องสูน​ย์​เสีย​คนดีๆ ไปอีกสองท่าน... แต่พี่พียังอยู่​อีกนานครับ