อย่างนี้เรียกว่าล้มเหลวได้ใหม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ก่อนออกเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักรว่า ตกลงกับจีนได้แล้วเรื่องติ๊กต็อก และจะคุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อยืนยันรายละเอียดทั้งหมดในวันศุกร์ (19) ก่อนสำทับว่า บริษัทใหญ่หลายแห่งสนใจซื้อติ๊กต็อก
วันเดียวกันนั้น ทรัมป์ยังลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารขยายเส้นตายแบนติ๊กต็อกจนถึงวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งก็คือเลื่อนการใช้กฎหมายที่จะบังคับให้ ไบต์แดนซ์ บริษัทจีนที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มติ๊กต็อก ต้องขายกิจการของติ๊กต็อกในอเมริกา ไปให้แก่บริษัทอเมริกัน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกแบนไม่ให้ดำเนินกิจการในสหรัฐฯอีกต่อไป
การเลื่อนคราวนี้ถือเป็นรอบที่ 4 แล้ว โดย 3 ครั้งแรกคือเดือนมกราคม เมษายน และมิถุนายน ซึ่งระหว่างนั้นคณะบริหารของทรัมป์พยายามศึกษาแง่มุมต่างๆ ด้านกฎหมายและความมั่นคงแห่งชาติที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของติ๊กต็อกในอเมริกา ทั้งนี้ ก่อนการขยายเส้นตายรอบล่าสุดนี้ คณะบริหารทรัมป์มีเวลาถึงแค่วันพุธ (17) ในการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวที่ผ่านรัฐสภาสหรัฐฯเมื่อปี 2024 และลงนามอนุมัติโดยโจ ไบเดน ประธานาธิบดีในขณะนั้นคนเล่นติ๊กต็อกในเมกามากกว่า 100 ล้าน เป็นฐานคะแนนเสียงที่น่ากลัว
ถ้าได้มา ก็ได้เปรียบมหาศาล
เจอเจ๊กหัวแข็ง ยังงัยก็ไม่ขายกิจการ เลิกเป็นเลิก
เมกาจะสร้างแอ๊ปเลียนแบบก็ไม่ได้ กฏหมายลิขสิทธิ์ค้ำอยู่
แถมเจอฟ้องกลับถ้าบังคับซื้อ หรือบังคับให้หยุดกิจการ
ซัคเคอร์เบิร์กเคยพูดไว้หลายปีก่อน ว่านวัตกรรมจากจีนตัวนี้ คือของจริง
ทุกวันนี้ ใครๆ ก็มีวีดีโอสั้น แต่ก็สกัดดาวรุ่งตัวนี้ไม่ได้
มีแต่อินเดีย ที่แบน 100% เป็นประเทศเดียวในโลก
ดูความน่ากลัวของแอ๊ปนี้ แม้แต่ทรั้มป์ ยังเท้าฮิ้ง (ปวดหัว)
ทำได้แค่คุยโวโอ้อวดไปวันๆ
Top 10 Countries (Approx. User Numbers as of Mid-2025)
United States:
~136 million users
Indonesia:
~108 million users
Brazil:
~91 million users
Mexico:
~85 million users
Pakistan:
~67 million users
Philippines:
~62 million users
Russia:
~56 million users
Bangladesh:
~46 million users
Egypt:
~41 million users
Vietnam:
~41 million users
